ข่าววันนี้

หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ วัดบางพระ ตอน “รอยสัก...มงคลติดตัว..บนโลกสมัยใหม่ที่ไม่(ค่อย)ต้อนรับ”


หากเราย้อนหลังไปซักสิบปีที่ผ่านมา...ชื่อเสียงของ หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ หรือ พระอุดมประชานาถ  เจ้าอาวาสวัดบางพระ  อำเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม...โด่งดังขึ้นอย่างสุดขีด ถือว่าเป็นพระเกจิอาจารย์อันดับต้นๆของเมืองไทย เนื่องจากเพราะวัตถุมงคลที่หลวงพ่อได้ปลุกเสกไว้นั้น ก่อเกิดประสบการณ์อภินิหารอยู่เสมอๆ เช่นด้านเมตตามหานิยม ค้าขายคล่องและมีโชคลาภอยู่เนืองๆ....และสุดยอดที่สุดก็คือด้านรอยสัก คาถาอาคมและวิชาอยู่ยงคงกระพัน ที่มีให้เห็นแจ้งชัด...
จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมวัตถุมงคลของหลวงพ่อเปิ่น แม้จะมีการสร้างและปลุกเสกอยู่เสมอๆ หลายรุ่นหลายรูปแบบ จำนวนมากมาย จึงไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกศิษย์และผู้ที่มีความเคารพศรัทธาเลื่อมใสในหลวงพ่อ ที่นับวันแต่จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากปากต่อปาก จนโด่งดังขจรขยายไปกว้างไกลทั่วประเทศ และในต่างแดนก็รู้จักกิตติศัพท์ความแก่กล้าสามารถในด้านสมาธิและพลังจิตของหลวงพ่อ ตลอดจนวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อก็น่าศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่งและมากล้นด้วยความเมตตาอย่างสูงส่ง.....
ผมเชื่อว่าทุกคนที่ได้เคยมีโอกาสกราบหลวงพ่อ ก็คงรู้สึกประทับใจเพราะหลวงพ่อท่านใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา ผมเองได้กราบท่านครั้งแรกตอนที่ท่านมาร่วมงานพุทธาภิเษกพระที่วัดใกล้ๆบ้านผม ตอนนั้นพวกเรายังนุ่งกุงเกงนักเรียนขาสั้นก็อยู่เลย  จำได้ว่าพอเห็นท่านเดินลงมาจากรถตู้พวกเราตะโกนกันว่า หลวงพ่อเปิ่น มาแล้ว 
ท่านหันมามองพวกเรา ยิ้มให้อย่างมีเมตตา แต่ความเมตตาของท่านไม่ได้หยุดอยู่ตรงจุดนั้นหรือตรงแค่นั้น หลวงพ่อท่านกวักมือเรียกพวกเราให้เข้าไปหา ตบหัวพวกเราเบาๆ สลับกับเป่าหัวให้ที่ละคน ผมโชคดีหน่อยที่หลวงพ่อจูงมือพาเดินเข้าไปในศาลาที่มีบรรดาพระเกจิอาจารย์มานั่งพัก จำได้ว่าวันนั้นมีหลวงพ่อลำไย วัดลาดหญ้า หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ฯลฯ...พอถึงเก้าอี้ที่นั่งท่านก็ให้ผมคอยนวดขาให้ท่าน..ความประทับใจครั้งนั้นผมเก็บเอาไว้ตลอดเวลาจนถึงทุกวันนี้...และที่จำแม่นเลยคือในวันนั้นใครจะขอให้ท่านทำอะไร หลวงพ่อไม่เคยปฏิเสธ ไม่มีเลือกที่รักมักที่ชัง มรรคทายก ช่างทาสี..ช่างก่อสร้างของวัด ชาวบ้านทั่วไปหรือแม้แต่บรรดาผู้มีอันจะกินอีกหลายท่าน ทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกันหมด...
ถ้าจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว หลวงพ่อเปิ่นท่านโด่งดังในละแวกนครชัยศรีมานานปีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อเสียงของท่าน ดังแบบพลุแตก ก็ด้วยข่าวที่ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้ เพราะไม่ใช่ญาติ) ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดโดยถูกไม้ไผ่เสียบเข้าประตูหลัง...เมื่อคนร้ายถูกจับได้และรับสารภาพว่าได้เคยลอบฆ่าชายหนุ่มคนนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่แคล้วคลาดไปซะทุกที..แม้จะลอบยิงด้วยปืน เจ้ากรรมกระสุนก็ด้านซะหมด จนเกิดความสงสัยในสมองเป็นอย่างมาก..หมอนี่เลยสืบหาความจริงได้ความว่าคู่อริคนนี้มีของดีอยู่ที่รอยสักที่ผ่านการครอบครูและเสกมาแล้วโดย หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระนั่นเอง ถึงได้มีความอยู่ยงคงกระพันและแคล้วคลาดเสมอ จึงได้ทำการค้นคว้าก็ทราบว่าคนที่มีรอยสักนั้นจะทำร้ายได้เฉพาะทาง ปตล.เท่านั้น จึงได้แอบซุ่มเอาไม้ไผ่เสียบเข้าทางนั้น จนชายหนุ่มคนนี้ถึงแก่ความตายไปในที่สุด..
นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและผมก็เชื่อว่าบางท่านก็เคยได้ยินข่าวนี้มาบ้างแล้ว เพราะข่าวนี้โด่งดังสุดขีดเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้ชื่อเสียงของหลวงพ่อเปิ่นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางกว่าแต่เก่าก่อนเป็นอันมาก ใครที่ไม่เคยรู้จักก็ได้รู้จักหลวงพ่อเปิ่นกันในคราวนั้นนั่นเอง...ซึ่งหนึ่งในจำนวนผู้ทราบข่าวและมีความเลื่อมใสศรัทธาก็ย่อมต้องมีกระผม....ปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน.....
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา..บริเวณวัดบางพระก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ หลั่งไหลมากราบท่านหลวงพ่อเปิ่น ไม่เว้นแต่ละวัน วัตถุมงคลของหลวงพ่อถูกบูชาหมดจากวัดภายในพริบตา แม้จะมีการสร้างออกมาใหม่ รุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของสานุศิษย์จำนวนมหาศาล ...จำนวนเงินมากมายหลายสิบหลายร้อยล้านบาท ที่ได้มาจากแรงศรัทธาของศิษย์หลวงพ่อเปิ่น หลั่งไหลเข้าวัดบางพระเป็นระยะๆ ไม่ขาดสาย ซึ่งเงินจำนวนมหาศาลนี้หลวงพ่อเปิ่น ได้นำไปสร้างโบสถ์ วิหาร กุฏิ ศาลา กำแพง และเสนาสนะต่างๆ ภายในวัด..
นอกจากนี้ท่านหลวงพ่อเปิ่น ยังได้แผ่บารมีออกมานอกวัดอีกด้วย โดยการจัดสร้างสาธารณประโยชน์ให้แก่ท้องถิ่นอย่างมากมาย เช่นสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ สร้างเขื่อนกั้นน้ำ สร้างโรงพยาบาลพร้อมเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย สร้างโรงเรียนฝึกหัดวิชาชีพ สถานศึกษา ถนนหนทาง ตลอดจนทุนการศึกษา และให้ความช่วยเหลือแก่วัดวาต่างๆ หรือโรงเรียนต่างๆ ตามชนบทที่ยากจนอีกด้วย ซึ่งผมคิดว่าในช่วงชีวิตของหลวงพ่อเปิ่นท่านต้องบริจาคเงินไปแล้วไม่น้อยกว่าร้อยล้านบาท...ทุกอย่างเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน...
ถึงตรงนี้เพื่อนๆ คงสงสัยว่านี่คือการเขียนยกย่องสรรเสริญหลวงพ่อเปิ่น เกินไปหรือเปล่า..ขอตอบว่าผมยังเขียนสรรเสริญพระคุณของท่านน้อยไปครับและทุกอย่างที่เขียนคือเรื่องจริงและที่ผมไม่ได้เขียนถึงในส่วนอภินิหารของหลวงพ่อมากนัก เพราะว่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่บูชาวัตถุมงคลของหลวงพ่อมีเยอะมาก เล่าขานกันไม่รู้จบ..ยิ่งถ้าเพื่อนๆ ได้ไปนครปฐมแล้ว ลองเข้าไปถามชาวบ้านดูได้ครับทุกคนต่างรู้จักหลวงพ่อเปิ่นดี..ตั้งแต่เด็กยันคนเฒ่าชราหัวหงอก...หลวงพ่อเปิ่น ท่านทำแต่คุณงานความดีเราก็ต้องยกย่องท่านถึงจะถูกใช่ไหมครับ ...
และเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ที่ผ่านมาทางวัดบางพระได้จัด พิธีไหว้ครู บูชาอาจารย์ และระลึกถึงหลวงพ่อเปิ่น ประจำปี บรรดาลูกศิษย์ที่เคารพเลื่อมใสในตัวหลวงพ่อเปิ่นต่างทยอยเข้ามาร่วมงานนี้
เท่าที่ผมสังเกตดูน่าจะมีไม่ต่ำกว่าสามสี่หมื่นคนแหละครับ มองเห็นหัวดำๆ เต็มไปหมด...พวกเราคงเป็นผู้เฝ้าสังเกตการณ์แต่ภายนอกแหละครับ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้มากนักเพราะรู้ๆกันว่าบางทีอาจมีการเจ็บตัวโดยไม่มีเหตุผลที่เกิดจากบุคคลข้างเคียง(ของขึ้น)...ไม่ผิดหวังครับพอพระเริ่มสวดมนต์ เสียงคำรามก็ดังกึกก้องแข่งกับเสียงพระสวด ดีที่พวกเราค่อยระวังตัวอยู่แล้วก็เลยไม่ได้โดนลูกหลงจากงานนี้.....
เพื่อนๆ อาจมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่กับ คนที่มีรอยสัก คนที่เป็นศิษย์หลวงพ่อเปิ่นจะรู้ว่าเป็นงานที่มีความสำคัญสำหรับพวกเขามาก จะขาดเสียไม่ได้..เรื่องอย่างนี้ผมไม่ขอออกความเห็นใดๆ เพื่อนๆ คงต้องใช้ วิจารณญาณ ในการดูเอาเองครับ..แต่จุดหนึ่งที่อยากฝากให้คิดก่อนตัดสินพวกเขาคือคำว่า ความกตัญญูและศรัทธา และการแสดงออกซึ่ง ความกตัญญูและศรัทธา สำหรับบรรดาลูกศิษย์หลวงพ่อเปิ่น คือการเข้าร่วมงานไหว้ครูและในบางคนออกอาการของขึ้นแบบที่เราเห็นนี้ครับ...นอกจากนี้ผมยังค่อนข้างมั่นใจว่าต้องมีเพื่อนๆบางคนในบ้านเนชั่นนี่แหละครับที่เคยได้รับการสักจากคณาจารย์ในสายของวัดบางพระด้วยครับซึ่งในปัจจุบันยังมีอยู่อีกหลายองค์...
ถึงตอนนี้ขอพูดถึงเรื่อง รอยสัก ซักนิดพอสังเขป ผมเองก็ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องนี้มากนักและเท่าที่รู้มาคือว่า รอยสัก ตามความเชื่อของคนไทยมีมานานแล้ว รอยสักตามความเชื่อของคนที่นับถือคตินี้จะเป็นรูปยันต์หรือรูปสัตว์ ที่มีการผูกรูปยันต์เป็นตัวคาถาเอาไว้ ส่วนมากแล้ว(ไม่ใช่ทั้งหมด)ตัวอาจารย์ที่เป็นผู้สัก จะเป็น พระสงฆ์หรือฆราวาสที่ถือศีล และตั้งมั่นในธรรม ผู้ที่ได้รับการสักไปจะต้องถือสัตย์วาจาห้ามกระทำความชั่ว มิฉะนั้นแล้วของจะเสื่อม..ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้คือ ความดี ของรอยสักที่ช่วยคอยประคับประคองให้พวกเขาเหล่านั้นมีความระงับยั้งใจไม่ให้กระทำความชั่ว ซึ่งโดยส่วนมากแล้วข้อห้ามคือ ศีลห้าครับ...คนเราต่างมี วุฒิภาวะไม่เท่าเทียมกัน...บางคนจึงต้องใช้สิ่งเหล่านี้คอยควบคุม บางคนก็สามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวของเขาเอง ....
ครับ..มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ต่างเผชิญกับปัญหาต่างๆมากมาย ซึ่งในผู้คนเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวพิธีกรรมจึงเป็นพฤติกรรมการกระทำอย่างหนึ่งที่ก้าวเข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิต จะเปรียบไปแล้วพิธีกรรมจึงเป็นการแสดงออกในความหมายของคำว่า ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลถึงความเชื่อนั้น...การสักยันต์ก็คือศาสตร์แขนงหนึ่งของพิธีกรรม...ที่แอบอิงอยู่กับศาสนา แต่เป็นคนละด้านกับทางจิตวิญญาณ ซึ่งในบางกลุ่มชนสามารถใช้แก้ปัญญาเพื่อความมั่นคงทางจิตใจและปัดเป่าความชั่วร้ายในแบบต่างๆ แม้ว่า การสักยันต์ นี้จะไม่อาจพิสูจน์ผลต่างๆได้ตามหลักวิทยาศาสตร์แต่ก็มีผลทางด้านจิตใจ..ซึ่งผมเชื่อว่า รอยสักโดยเฉพาะของสายวัดบางพระแห่งนี้ มี ความหมายและมีความสำคัญ ต่อบรรดาลูกศิษย์ที่ได้รับการสักและกลุ่มชนที่เคารพเลื่อมใสในองค์หลวงพ่อเปิ่น...มิใช่เป็นเพียงร่องรอย...ของความป่าเถื่อน ความรุนแรง หรือความไร้เหตุผล เช่นที่ผู้คนในสังคมปัจจุบันเข้าใจกัน..
ซึ่งเมื่อพูดถึงตรงนี้ ผมก็ยังต้องตั้งคำถามกับตัวเองทุกครั้งว่า ของขึ้น ต่างจาก ทรงเจ้า ตรงไหน และไม่เข้าใจว่าคนที่มีอาการของขึ้น จะลุกกระโดดโลดเต้น วิ่งผล่าน มองว่ารุนแรงโหดร้าย แต่คนทรงเจ้าเอามีดหรือเหล็กแหลมทิ่มแทงตัวเอง มองว่าน่านับถือ...ที่กล่าวอ้างมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าผมปฏิเสธหรือไม่นับถือ..ผมนับถือและเชื่อถือทั้งหมดนั่นแหละครับขอให้เป็นของจริงและของแท้เถอะ..ถึงไหนถึงกัน...แต่ถึงตรงนี้คงต้องบอกกับตัวเองว่า เรื่องอย่างนี้มันก็แล้วแต่คนจะมอง แต่ตัวเราเองรู้ว่าจริงๆ..... มันเป็นยังไง....ก็พอแล้ว
หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๖ บรรพชา ณ. วัดบางพระเมื่อ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑  หลวงพ่อได้รับพระราชทานเลื่อนสมณะศักดิ์เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๗ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระอุดมประชานาถหลวงพ่อเปิ่นท่านละสังขารเมื่อ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๕ เวลา ๑๐.๕๕ น. ด้วยอายุ ๗๙ ปี ๕๔ พรรษา..คุณงามความดีที่ท่านได้กระทำไว้ในพระพุทธศาสนามีมากมาย..ซึ่งผมคงไม่สามารถนำมาเขียนบรรยายได้หมด ดังนั้นอย่าแปลกใจเลยครับที่จะมีการเรียกท่านว่าเทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำนครชัยศรี..หากเพื่อนๆ ท่านใดสนใจอย่างศึกษาประวัติของท่านมากกว่านี้ หรือต้องการความรู้เกี่ยวกับด้านการสัก ก็ขอให้เข้าไปดูได้ที่ เวปไซด์ของ วัดบางพระ.. www.bp.th.org ได้โดยตรงเลยครับ  ....สำหรับผมเขียนบันทึกตอนนี้ขึ้นเพื่อบูชาพระคุณของหลวงพ่อ...ครับ....
ปล.สำหรับผู้ต่อต้านรอยสัก อย่าเพิ่งต่อว่าเข้ามามากนัก..เพราะบันทึกตอนนี้ผมเขียนบูชาพระคุณของหลวงพ่อ แต่บันทึกตอนหน้าครับ..ผมมีข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับ รอยสัก มากกว่านี้ เอาไว้ถึงตอนนั้นแล้วเรามาว่ากันให้เต็มที่เลยครับ....





ที่มา   http://oknation.nationtv.tv

About Unknown

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.