เวรกรรมของใคร?? "หนุ่มทวงชีวิตคืน" เคราะห์ซ้ำ "ประกันสังคม" เตรียมเรียกเงินคืน 90,000 บาท ฐานไม่ได้ตายจริง ???
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 ธ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ น.ส.กาญจนา
ทองสิงห์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ
รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ
ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจ่ายเงินประกันสังคมของนายสาคร
สาชีวะ อายุ 44 ปี หนุ่มใหญ่ที่มีการเข้าใจว่า
ป่วยเสียชีวิตและมีการเผาศพไปแล้ว
โดยเจ้าตัวกลับคืนมาบ้านหลังจากที่ไปทำงานในเรือประมงที่
จ.นครศรีธรรมราชนาน 1 ปี 2 เดือน
ซึ่งมีการฌาปนกิจศพชายที่เข้าใจว่าเป็นศพของนายสาครไปเมื่อวันที่ 24 พ.ค.
60 ที่ผ่านมา โดยทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ
ได้มีการจ่ายเงินให้ญาติของนายสาครไปรวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 90,000 บาท
ทั้งนี้ น.ส.กาญจนา ทองสิงห์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ
กล่าวว่า จากการตรวจสอบแล้วพบว่า นายสาคร สาชีวะ
ได้เคยไปทำงานในสถานที่หลายแห่งด้วยกัน ล่าสุดไปทำงานในเรือประมง
ซึ่งเมื่อมีการแจ้งว่า นายสาคร เสียชีวิตแล้ว
ทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ
จึงได้จ่ายเงินให้แก่ญาติของนายสาครไปจำนวน 2 รายการคือ เงินค่าทำศพ
40,000 บาท เงินสงเคราะห์ตาย จำนวน 21,999.80
บาทและเงินกรณีบำเหน็จชราภาพ จำนวน 28,222 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น
90,000 บาท โดยจ่ายเงินให้กับนางศรี ที่เป็นแม่ของนายสาคร
ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์รับเงินทดแทนไปแล้ว และเมื่อมีการพบว่า นายสาคร
ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะต้องมีการเรียกเงินคืนจากนางศรี เป็นเงินจำนวน
90,000 บาท เพื่อส่งคืนให้กับกองทุนประกันสังคมเพื่อให้ถูกต้องตามกฏหมาย
เพราะว่าสิทธิ์ของเงินประกันสังคมนั้นจะให้เฉพาะผู้ที่เป็นทายาทตามกฎหมายเท่านั้น
ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ส่งเจ้าหน้าที่ประกันสังคมไปทำความเข้าใจกับนายสาครและครอบครัวเรียบร้อยแล้ว
ส่วนกรณีที่นายสาครและญาติยังไม่มีเงินทั้งหมดมาคืนให้ได้นั้น ตนจะได้เชิญนายสาครมาเจรจาหารือกัน โดยจะดูว่า นายสาครและญาติพี่น้องมีรายได้เท่าไร หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว จะสามารถมีเงินเหลือจ่ายเงินคืนให้ประกันสังคมได้เดือนละเท่าไร ซึ่งนายสาครจะต้องจ่ายเงินคืนให้เพราะว่าเป็นกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนั่นเอง
ทางด้าน นายเจริญ เหล็กดี อายุ 55 ปี พี่เขยของนายสาคร และเป็นผู้ที่จัดงานศพให้กับชายที่เข้าใจว่าเป็นศพของนายสาคร กล่าวว่า ตนเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพให้กับนายสาครไปเป็นเงินรวมแล้วประมาณ 140,000 บาท และได้ใช้จ่ายเงินที่ได้รับมาไปทำบุญให้กับนายสาครไปหมดแล้ว ตนจะจ่ายเงินคืนให้ประกันสังคม แม้ว่าฐานะจะยากจนมาก โดยจะขอผ่อนผันชำระให้เท่าที่จะทำได้ เพื่อขอให้ตนและครอบครัวมีชีวิตรอดไปวันๆเท่านั้น

ที่มา:http://www.onbnews.com/post/8389
ส่วนกรณีที่นายสาครและญาติยังไม่มีเงินทั้งหมดมาคืนให้ได้นั้น ตนจะได้เชิญนายสาครมาเจรจาหารือกัน โดยจะดูว่า นายสาครและญาติพี่น้องมีรายได้เท่าไร หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว จะสามารถมีเงินเหลือจ่ายเงินคืนให้ประกันสังคมได้เดือนละเท่าไร ซึ่งนายสาครจะต้องจ่ายเงินคืนให้เพราะว่าเป็นกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนั่นเอง
ทางด้าน นายเจริญ เหล็กดี อายุ 55 ปี พี่เขยของนายสาคร และเป็นผู้ที่จัดงานศพให้กับชายที่เข้าใจว่าเป็นศพของนายสาคร กล่าวว่า ตนเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพให้กับนายสาครไปเป็นเงินรวมแล้วประมาณ 140,000 บาท และได้ใช้จ่ายเงินที่ได้รับมาไปทำบุญให้กับนายสาครไปหมดแล้ว ตนจะจ่ายเงินคืนให้ประกันสังคม แม้ว่าฐานะจะยากจนมาก โดยจะขอผ่อนผันชำระให้เท่าที่จะทำได้ เพื่อขอให้ตนและครอบครัวมีชีวิตรอดไปวันๆเท่านั้น

ที่มา:http://www.onbnews.com/post/8389






0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น