สะเทือนใจหนัก !! ชาวบ้านผวา "ช้างป่า" อาละวาด-บุกพังรั้วไฟฟ้า! ไล่ยังไงก็ไม่ไป?? ก่อนรู้ความจริง "มันมาทำไม" แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ !!! (คลิป)
วันนี้ (20 ธ.ค. 2560) ผู้สื่อข่าว ONBnews รายงานว่า ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง บริเวณจุดสกัดหนองก้านเหลือง พบช้างป่า 1 ตัว ได้ลงมาจากเขา ก่อนจะพยายามวิ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าซึ่งทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า ได้ทำแนวป้องกันช้างป่าไว้ เพื่อป้องกันช้างเข้าทำลายพืชสวนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ในเขตพื้นที่ผู้ใหญ่บ้านน้ำทบ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ก่อนเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายภาพและได้ไล่ช้างป่า ผลักดันช้างป่าเข้าไปหากินในป่าลึก
จากการสอบถาม นายอนุวัฒน์ บุตรศรี ผู้ใหญ่บ้านน้ำทบ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เล่าว่า เมื่อเข้าสู่ช่วยฤดูหนาว หรือช่วงฤดูแล้ง ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกหวาดกลัว ที่จะออกมากรีดยางหรือออกไปทำไร่ทำสวน เพราะเกรงว่าช้างป่าจะทำร้าย แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะมีการทำรั้วไฟฟ้าป้องกันช้างป่า แต่ก็มีบางจุดที่ช้างป่าฝ่าแนวรั้วไฟฟ้าออกมาได้ และกินพืชผักในสวนของชาวบ้านได้รับความเสียหายทุกปี
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีพื้นที่กว้างใหญ่ สภาพด้านนอกโดยรอบมีหมู่บ้านชุมชนล้อมรอบหลายหมู่บ้าน ชาวบ้านได้มีการบุกรุกขยายพื้นที่ทำกินเพื่อปลูกพืชไร่ เช่น ลูกเดือย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าว โดยเฉพาะพื้นที่ที่ชาวบ้านได้บุกรุกขยายพื้นที่ทำกินนั้น เดิมเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และแหล่งดินโป่งของช้างป่า
เมื่อถูกรบกวนจากมนุษย์ และแหล่งอาหารหากินไม่เพียงพอต่อความต้องการของช้างป่า ประกอบกับพื้นที่ที่ชาวบ้านได้ปลูกไว้ส่วนใหญ่ เป็นพืชที่เป็นอาหารช้างป่าได้อย่างดี จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ช้างป่าได้ออกไปหากินนอกเขตฯ สร้างความเสียหายต่อพืชไร่ของชาวบ้าน ที่ปลูกไว้ได้รับความเดือดร้อน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอวังสะพุง และอำเภอภูหลวง ได้ประสบกับปัญหาช้างป่าได้ออกไปหากินนอกเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เป็นประจำ
ทั้งนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีเนื้อที่ประมาณ 897 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 560,593 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอภูเรือ อำเภอภูหลวง และอำเภอด่านซ้าย จ.เลย แต่พื้นที่ป่าได้ถูกบุกรุกแผ้วถาง ขยายพื้นที่ทำการเกษตร ทำให้ป่าเหลือน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีช้างป่าอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 130 ตัว ทำให้แหล่งอาหารช้างป่าลดน้อยลง ช้างป่าจึงต้องออกไปหากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ภูหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามแก้ปัญหา ทั้งการรณรงค์ให้ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ป่า การทำรั้วไฟฟ้า และการทำโป่ง หรือปลูกพืช เพิ่มแหล่งอาหารช้างป่าต่อไป
ที่มา:http://www.onbnews.com/post/8368





0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น